head-wadnongpanjan-min
วันที่ 16 พฤษภาคม 2021 7:28 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดหนองพันจันทร์
โรงเรียนวัดหนองพันจันทร์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ดวงตะวันในใจฉัน

ดวงตะวันในใจฉัน

อัพเดทวันที่ 11 มกราคม 2021

ดวงตะวันในใจฉัน

ดวงตะวัน

ดวงตะวัน ทุกเช้าตอนตื่นนอน ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของคุณคืออะไรครับ…มันเป็น คำถามที่ฉันเคยถูกถาม จากนักจิตวิทยาหนุ่มคนหนึ่งขณะที่ฉันได้เข้าไปใช้บริการแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสุขภาพจิต เมื่อ 2 ปีก่อน คำถามนี้มันทำให้ฉันในตอนนั้นถึงกับชะงักไปหลายนาทีเหมือนกัน

คงเพราะว่ามันเป็นคำถามที่ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะถูกถาม แต่เพราะมันเป็นคำถามที่ฉันอยากถูกถามในขณะเดียวกันหล่ะมั้ง จึงรู้สึกประหลาดใจมาก ตอนนั้น

ฉันต้องต่อสู้กับความเศร้าที่มันตกตะกอนอยู่ในหัวใจของฉันมาหลายเดือน หลังจากเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของฉัน ‘นนท์’ คู่หมั้นของฉันได้จากฉันไป เขาทิ้งฉันไป และไม่อาจจะกลับมาหาฉันได้อีกแล้ว ไม่ว่าฉันจะร้องไห้หนักหรือตะโกนชื่อเขาดังเพียงใด เราก็ไม่อาจจะกลับมาเจอกันได้อีก

คงมีเพียงแค่ภาพของนนท์เท่านั้นที่ติดอยู่ในความทรงจำของฉัน ที่มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ได้ไปไหนเลย และยังคงอยู่เป็น

เพื่อนฉันอยู่เสมอ ถึงนนท์จะตายไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ แต่เขาไม่เคยตายจากใจของฉันได้ ตอนนั้นความเศร้ามันเหมือนยาพิษที่กัดกินหัวใจของฉันไปเรื่อยๆ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่ามันอยากจะเอาอะไรกับหัวใจที่แสนห่อเหี่ยวดวงนี้นักหนา มันไม่ใช่หัวใจที่มีพลังอะไรเลยด้วยซ้ำ

สำหรับฉันหัวใจมันกลายเป็นแค่อวัยวะสูบฉีดเลือดเพื่อให้ฉันยังไม่ตายก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้มีคุณค่าในการเป็นที่เก็บความรู้สึกหรือความทรงจำอะไรอื่นๆ

อีกต่อไปเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ก็นะ…ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนหรอก มีพบก็ย่อมมีจาก เราเจอกันก็เพื่อจะลากันไปอยู่ดี บอกก่อนนะว่าความคิดปลงๆแบบนี้มันไม่เคยอยู่ในหัวของฉันหรอก ฉันเพิ่งจะได้มันมาหลังจากที่หายเศร้าก็เท่านั้นแหละ ตอนเศร้ามองไปทางไหนอะไรก็แย่ อะไรๆก็ไม่เป็นดังใจ

เราจะกลับไปนึกโทษตัวเองและรู้สึกเสียดายเวลาชีวิตขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติว่าทำไมเราไม่ทำแบบนั้น ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ ทำไมเราไม่บอก

รักเขาทุกวัน ทำไมเราไม่ยอมกอดเขาไว้แน่นๆ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้กอดอีก ทำไมเราไม่พูดจากับเขาดีๆ ก่อนที่จะไม่ได้พูดกันอีกต่อไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่เราจะเป็นแบบนี้ เพราะคนเรามันไม่รู้อนาคตถูกต้องไหมล่ะ

ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนที่เรารักจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน ทางแก้ไม่ใช่การที่เราออกตามหาหมอดูที่เก่งที่สุดเพื่อให้เขาบอกเราว่าเราจะได้อยู่กับเขาอีกกี่เดือน หรืออีกกีปี่ เขาจะจากเราเพราะเหตุผลอะไร แต่ที่เราควร

จะทำที่สุดก็คือการที่เราต้องเต็มที่กับทุกอย่างที่เรามั่นใจว่าเราจะไม่เสียดายถ้าได้ทำไป เราจะไม่ต้องนึกย้อนกลับมาเสียดายที่เราคิดแบบนี้ไป คำสอนของพ่อได้ดังก้องในใจของฉันขึ้นมาทันทีเลยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์บ้าๆนี่ เขาชอบสอนว่าก่อนนอนให้คิดและถามตัวเองทุกคืนว่า

วันนี้เราใช้ชีวิตเต็มที่หรือยัง ถ้าหลับในคืนนี้ไปแล้วกลายเป็นว่าเราต้องจากโลกนี้ไปตลอดกาลเราจะเสียดายเวลาชีวิตไหม ถ้าคำตอบคือเสียดายก็จงทำวันต่อ

ไปให้เต็มที่มากขึ้นกว่าวันนี้ที่ได้ทำไปให้ได้มากที่สุด เพราะความจริงก็คือมันไม่มีอะไรมาการันตีได้เลยว่าหลังจากเข้าสู่ห้วงนิทราในคืนนี้ไป แสงสว่างตอนเช้าถัดไปเราจะมีโอกาสได้มองเห็นอีกหรือไม่ จงอย่าล้อเล่นกับโชคชะตาและชีวิตของตนเอง เมื่อนึกถึงคำพูดของเขาแล้วก็อดทำให้น้ำตาไหลพรากไม่ได้อีกนั่นแหละเพราะพ่อเองก็จากฉันไปแล้วเหมือนกัน

รู้ไหมว่านนท์เป็นเหมือนกับผู้ชายที่มาเติมเต็มให้กับชีวิตของฉัน หลายอย่าง

ที่เขาเคยสอนฉันมันทำให้ฉันเป็นคนที่รักตัวเองมากขึ้นทุกวัน พร้อมๆกับรักเขามากขึ้นทุกวินาทีเลย มันเป็นเรื่องที่ทำใจยากสำหรับผู้หญิงที่จิตใจอ่อนไหวง่ายแบบฉันมาก ฉันร้องไห้ทุกวัน และความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวทุกเช้าตอนตื่นก็คือ ‘ฉันอยากตาย’ ใช่…ความคิดลบๆ ไม่ Positive นี้มันมาทักทายสมองของฉันทุกเช้า

รู้ไหมว่ามันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลย ฉันไม่เคยอยากเป็นคนที่มีความคิดแบบนี้ แต่มันเหมือนมาจากจิตใต้สำนึก

ของฉันเลย ฉันพยายามทำตามทุกคำแนะนำ ทั้งการหากิจกรรมใหม่ๆทำ หากลุ่มใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตของเรามีความหมายมากขึ้น

จนทุกอย่างก็เหมือนแย่ลงเรื่อยๆ ฉันจึงลองใช้แอปที่เพื่อนสาวแนะนำมาว่าเธอพบแสงสว่างได้ที่นี่ บอกก่อนเลยว่าตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังกับผลลัพธ์ในการรักษาหรอกนะ แต่คิดว่ามันก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วก็เลยลองดู นักจิตวิทยาคนนั้นเป็นชายหนุ่มอายุน้อยกว่าฉันได้ 2 ปี แต่หน้าตาดูละอ่อนกว่านั้น

มากนี่สิ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ว้าวอะไรกับความหล่อของเขาหรอกนะเพราะตอนนั้นสภาพจิตใจคือย่ำแย่หนักมาก เขาแนะนำตัวว่าชื่อ ซันนี่ และเขาบอกว่าเขาพร้อมรับฟังทุกปัญหาของฉัน ตอนแรกๆบอกเลยว่าฉันเกร็งเอามากๆ ไม่กล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟัง ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะสังเกตเห็นได้จึงบอกให้ฉันมองเขาว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

ทุกวันฉันเลือกที่จะเข้าบำบัดกับเขามาโดยตลอด และดูเหมือนกลวิธีการบำบัดของเขามันจะได้

ผลเสียด้วยสิ ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ และความคิดอยากตายของฉันมันก็ค่อยๆหายไปด้วย แต่ความแปลกก็คือเหมือนว่าตอนนี้ฉันจะหลงรักนักจิตวิทยาคนนี้เสียแล้ว และดูเหมือนเขาเองก็รู้สึกดีกับฉันด้วยเช่นกัน เพราะเขาได้นัดฉันไปเดทที่ร้านอาหารริมทะเลแห่งหนึ่ง เราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนควาคิดและมุมมองเกี่ยวกับโลกใบนี้

เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าความจริงแล้วใครสักคนที่เรารัก เราก็สามารถจะเก็บเขาเหล่านั้นไว้ในความทรงจำได้

และไม่จำเป็นต้องเศร้าไปตลอด เพราะแน่นอนว่าหากพวกเขามองเห็นฉันเป็นแบบนั้นพวกเขาก็คงไม่สบายใจเช่นกัน

ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าซันนี่เหมือนกับ ดวงตะวัน ที่คอยละลายน้ำแข็งในใจของฉันไปจนหมดสิ้นแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4